ประเทศไทยมีการปฎิรูปการศึกษามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2542 และรัฐบาลได้ทุ่มเทจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปี หรือคิดเป็นร้อยละ 20.5 ของงบประมาณทั้งหมด เรียกได้ว่าสูงเป็นอันดับที่สองของโลก แต่ในทางกลับกันผลการประเมินคุณภาพการศึกษาของไทยจากสถาบันวิชาการในระดับชาติและในระดับนานชาติต่างบ่งชี้ว่าคุณภาพการศึกษาของไทยตกต่ำ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ผลประเมินของประเทศไทยออกมาในลักษณะนี้เกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน และหนึ่งในนั้นคือตัวครูผู้สอนเองที่จำเป็นจะต้องพัฒนาให้การสอนเหมาะสมกับยุคสมัย เพราะครูถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาของระบบการศึกษาไทยประสบความสำเร็จ

     ทั้งนี้ในการจัดประชุมอภิวัฒน์การเรียนรู้สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทยที่จัดขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จัดเวทีอภิปรายในหัวข้อ “การพัฒนาครูเพื่อจัดการเรียนการสอนสำหรับศตวรรษที่ 21 เพื่อนำไปสู่การหาแนวทาเพื่อพัฒนาครูให้เหมาะสมสำหรับการพัฒนาระบบการศึกษาในประเทศไทยขึ้น

     รศ.ดร.ทิศนา แขมมณี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า  มีคำถามเกิดขึ้นอย่างหลากหลายว่าการพัฒนาครูในศตวรรษที่ 21 จะไปในทิศทางไหน โดยในหลากหลายภาคส่วนได้ให้ข้อสรุปว่าการเรียนรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มคือ  1.ความรู้ในวิชาแกน  2.คุณธรรมและคุณลักษณะ 3.ทักษะทางปัญญา ซึ่งรวมถึงทักษะการสื่อสารการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์  4.ทักษะทางสังคม ซึ่งได้แก่การรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม และ 5.ทักษะการเทคโนโลยี ซึ่งจากทักษะทั้ง 5 นั้น สิ่งที่จำเป็นต้องอภิวัฒน์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาครูคือทักษะใน 3 กลุ่มหลัก คือทักษะทางปัญญา ทักษะทางสังคมและทักษะการใช้เทคโนโลยี เพราะทักษะเหล่านี้ได้รับการวิเคราะห์และยอมรับในมุมวิชาการแล้วว่าเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเด็กที่จะนำไปสู่การดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพในศตวรรษที่ 21  ด้วยเหตุนี้ครูผู้สอนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางนำทักษะดังกล่าวมาบูรณาการกับเนื้อหาทางวิชาการเพื่อสนับสนุนให้การเรียนรู้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

     ส่วนประเด็นปัญหาที่ว่า ครูมีปัญหาและอุปสรรคอะไรในการเข้าสู่การเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 นั้น เริ่มแรกต้องเข้าใจก่อนว่าในฐานะที่เป็นครูมีความตระหนักที่จะสอนอยู่แล้ว คือใช้วิธีบูรณาการทั้งในเรื่องของเนื้อหาและสาระเกี่ยวกับทักษะต่างๆในการสอน แต่ที่เป็นปัญหาคือการที่ครูนำการสอนแบบบูรณาการที่ว่านี้มาให้แก่ผู้เรียน กระบวนการการสอนนั้นเกี่ยวกับทักษะแนวคิด การริเริ่มสร้างสรรค์ยังไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาทักษะทางด้านความคิด ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญในส่วนของครูที่จะก้าวไปสู่ศตวรรษที่ 21 ยกตัวอย่าง มีโรงเรียนหนึ่ง ครูสั่งให้นักเรียนไปทำทันทีโดยไม่ให้โจทย์ในการคิดที่จะทำโปรเจ็คใดโปรเจ็คหนึ่ง โดย ไม่ให้นักเรียนคิด ซึ่งกรณีนี้ครูสามารถจะดำเนินการทำให้เกิดทักษะในแนวคิดและเติมเต็มให้กับเด็กในส่วนนี้ได้ เพื่อนำไปสู่การเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้

     ส่วนคำถามท้ายสุดคือถามกันมากว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร ขอย้ำว่าคงเป็นเรื่องของวิชาการที่ผู้สอนต้องรู้จักนำกระบวนการเพิ่มทักษะความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้เรียน แต่วิธีคิดและการนำเสนอต่อผู้เรียนนั้น มีอยู่อย่างหลากหลาย บางอย่างเหมือนกันคล้ายกันแต่สุดท้ายก็นำไปสู่การมีความคิด ทักษะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการจะนำสิ่งใดมาสอนก็ต้องให้เกิดความเหมาะสม

     ด้าน ดร.พิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่าในปัจจุบันหน่วยงานที่รับผิดชอบในการพัฒนาครูมีเป็นจำนวนมาก แต่ทุกหน่วยงานมีความแตกแยกไม่เป็นเอกภาพจึงทำให้การพัฒนาครูยังไปไม่ถึงไหน สิ่งสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาประสบความสำเร็จคือจะต้องควบรวมหน่วยงานเหล่านี้ให้มีความเป็นเอกภาพ ซึ่งการพัฒนาครูให้เหมาะสมกับศตวรรษที่ 21 นั้นจะต้องเริ่มตั้งแต่การผลิตครูที่เราจะต้องยกเครื่องกระบวนการในการผลิตครูใหม่ ซึ่งในเรื่องนี้หน่วยงานทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทั้งรัฐ เอกชน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม โดยต้องช่วยกันดูระบบและวางแผนการศึกษาร่วมกัน จัดการการศึกษาที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่หลากหลาย จากนี้จะต้องมีการกระจายอำนาจเพื่อทำให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาครูอย่างแท้จริง และที่สำคัญต้องเน้นการทำงานที่เป็นเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือในการพัฒนาครูอย่างเป็นรูปธรรม

     ขณะที่ ศาสตราจารย์ Thomas B. Corcoran  , Columbia University  กล่าวย้ำว่า ในความหมายของครูที่จะก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 นักเรียนและครูต่างมีหน้าที่ของตนเองที่ต้องช่วยกันพัฒนามากขึ้น เพราะในยุคปัจจุบันโครงสร้างของครอบครัวมีสภาพที่อ่อนแอมากขึ้น เด็กมีสิ่งยั่วยวนมากขึ้นทั้งเรื่องเกม ยาเสพติด หรือแม้กระทั้งการเสพสื่อทางเทคโนโลยีที่ผิด จึงทำให้การพัฒนาระบบการศึกษาของครูในทศวรรษที่ 21 เพื่อเด็กในศตวรรษนี้เป็นเรื่องที่ยากและท้าทายที่จำเป็นต้องรีบหาทางแก้ไข ทั้งนี้ปัญหาที่มักพบกับครูในหลายประเทศทั่วโลกคือกระบวนการการสอน ครูมักจะเน้นสอนในทางทฤษฎีมากกว่าวิชาปฏิบัติซึ่งถือเป็นความรู้ที่มีมากกว่าในห้องเรียนซึ่งตรงส่วนนี้ก็ทำให้การพัฒนาระบบการสอนของครูหยุดชะงักลงได้  นอกจากนี้สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการต่อมาคือต้องปลูกฝังครูรุ่นใหม่ให้มีประสบการณ์ในการสอนทางด้านทักษะวิธีคิดต่างๆ ให้เข้มข้นมากกว่าเดิม ถ้าเป็นไปได้ก่อนที่ครูจบใหม่จะไปสอนจะต้องมีครูพี่เลี้ยงคอยแนะนำให้คำปรึกษาอย่างเข้มข้น และควรต้องมีการประเมินการฝึกสอนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อไป

     ท้ายที่สุดแล้วการพัฒนาระบบการเรียนการสอนในทศวรรษที่ 21 ให้มั่นคงและยั่งยืนเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพของสังคมไทยอาจะไม่ใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะต้องรับผิดชอบหลัก หากแต่ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือในการพัฒนาเพื่อให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษานั้นเป็นประโยชน์กับเยาวชนที่จะเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาชาติไทยต่อไป