เมื่อสถานการณ์การเรียนรู้เปลี่ยนแปลงเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ได้จับจ้องหรือโฟกัสเฉพาะภายในห้องเรียนอีกต่อไป ขณะเดียวกันครูยังคงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้และคุณภาพของผู้เรียน

     คำถามที่ตามมาคือ ครูในทุกวันนี้ ได้ยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงในยุคศตวรรษที่ 21 มากน้อยเพียงใด    

     จากเสียงสะท้อนของเด็กและเยาวชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการศึกษาไทยโดยความร่วมมือของสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) สำรวจเด็กและเยาวชนที่มีอายุ 14-18 ปี ในพื้นที่ 17 จังหวัด จำนวน 4,255 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1-15 เมษายน 2557 พบว่า คำถามลำดับแรกที่เด็กอยากจะถามครูมากที่สุดเป็นคำถามเกี่ยวกับวิธีการสอนของครู(ร้อยละ 25) เช่น “ทำไมครูไม่หาวิธีการสอนที่สนุกและไม่น่าเบื่อ? .... ทำไมเวลาสอนต้องอ่านตามหนังสือ?....ครูมาสอนหนังสือหรือมาอ่านหนังสือให้นักเรียนฟัง?..... และทำไมสอนในห้องเรียนไม่รู้เรื่องแต่สอนพิเศษรู้เรื่อง? ”  โดยเด็กเยาวชนมากกว่า 2 ใน 3 อยากให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนของระบบการศึกษาในปัจจุบัน เพราะหลักสูตรการสอนเน้นเนื้อหาทฤษฎีมากกว่าการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

     สำนักส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดเสวนา“ครูไทยในศตวรรษที่ 21” ในการประชุมอภิวัฒน์การเรียนรู้สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย

     ศ.กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ ราชบัณฑิตประเภทสังคมสังคมศาสตร์ สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้การใช้ชีวิตของคนเราไม่เหมือนเดิม ทั้งสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้งเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  บทบาทของครูไทยจากเดิมขอบเขตอยู่ที่ชั้นเรียน แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แล้วที่ครูจะยืนเป็นหุ่นเฉยอยู่แต่หน้าชั้นเพียงอย่างเดียว ครูต้องรู้จักปรับเปลี่ยนการสอน ไม่มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องทฤษฏี แต่ต้องเปลี่ยนบริบทการเรียนการสอนที่ทำให้นักเรียนรู้จักหาคำตอบและตั้งคำถามด้วยตนเอง ตนจึงต่อต้านการสอนที่มีการสอบเพียงข้อเขียนอย่างเดียว การสอนการสอบต้องมีการถกเถียงและสัมภาษณ์ร่วมด้วย 

     “สิ่งที่อยากให้ครูได้เปลี่ยนแปลงจะต้องไม่เป็นครูเฉยอีกต่อไปนั่นคือ รู้จักปรับเปลี่ยนในเรื่องความรู้ว่าจะรู้อะไรใหม่ในวันนี้บ้างผ่านสื่อที่อยู่รอบตัวมากมาย คิดบวก มีเหตุผล คิดสร้างสรรค์  หัดจินตนาการ เช่น จินตนาการว่าลูกศิษย์โตไปจะเป็นอะไร เป็นต้น   รู้จักความสามารถของตนเองว่ามีอะไรดีแต่อย่าอวดตัวและสะสมเผื่อแผ่ไปยังลูกศิษย์ ทั้งนี้เด็กทุกคนเกิดมามีทุนติดตัวที่ไม่เท่ากัน ทั้งการอบรมเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมที่เขาเกิด รูจึงมีหน้าที่เสริมเติมเต็ม ให้เด็กเขามีกำไรในชีวิต โดยเฉพาะทักษะการใช้ชีวิตที่ต้องมีมากขึ้น” ศ.กิตติคุณสุมน กล่าว

     ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา ให้มุมมองว่า ครูไทยในยุคศตวรรษที่ 21 ต้องกลับมาดูการศึกษาโดยรวมของเราได้ปฏิรูปการศึกษาที่เน้นทักษะ เพื่อนำไปสู่การมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มีคุณภาพแล้วหรือยัง  เพราะขณะนี้โลกที่พัฒนาแล้วได้เน้นการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆออกมาที่สอดคล้องกับตลาดและขายได้ เช่น โทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน  ส่วนโลกกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาจะเน้นแต่รูทีนม่มีดีไซน์อะไรออกมา เราจึงกลายเป็นผู้บริโภคยุคใหม่ เป็นลูกค้าเขาอยู่ร่ำไป ฉะนั้นต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้ของเด็กให้รู้จักการสร้างสรรค์ ร่วมกันวางแผน รู้จักแยกแยะ รู้จักประยุกต์ วิจัยค้นคว้า สร้างผลงาน วางแผนและประมวลผลเป็น ครูจึงต้องเร่งปรับตัวให้ทันต่อการปลี่ยนแปลของโลกข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน จึงเสนอแนวทางการพัฒนาครู ผ่านองค์ประกอบ 3 ได้แก่ การผลิตครูที่ต้องมีกระบวนการให้ได้บุคลากรที่มีคุณภาพ การพัฒนาครูที่มีอยู่ในปัจจุบันให้รู้จักปรับตัวเข้าสู่โลกยุคปัจจุบัน และการใช้ครูให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     ประธานกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า คุณลักษณะของครูไทยในศตวรรษที่ 21 จึงประกอบด้วยคุณลักษณะสำคัญ 7 ประการ คือ 1.สร้างและบูรณาการความรู้ได้ 2.มีความคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ 3.มีวิสัยทัศน์และตกผลึกทางความคิดเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เรียน 4.ครูต้องรู้และเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ มีทักษะใหม่ๆ พร้อมทั้งชี้แนะข้อดีข้อเสียให้ผู้เรียนได้ 5.มีทักษะการสอนเด็กให้เติบโตเต็มศักยภาพและสร้างผลงานใหม่ๆ 6.ต้องเข้มแข็งในจรรยาบรรณ คุณธรรม จริยธรรม และชักชวนให้คนอื่นๆทำเพื่อสังคม 7.มีบทบาทนำด้านการสอนและวิชาชีพ พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนและในวิชาชีพร่วมกับผู้บริหารมากขึ้น

     ศิรธันย์ กิตติ์ธนานิธิกุล  นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ สะท้อนว่า “อยากได้ครูที่เป็นโค้ช ที่ครูสามารถสอนทักษะในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และนำเนื้อหาไปใช้ในชีวิตจริงได้ ทุกวันนี้ เด็กเหมือนกล่องหรือถังขยะที่ครูอยากใส่หรือส่งสารอะไรก็ส่งมา สารจึงเหมือนขยะไม่มีประสิทธิภาพ  และการเป็นครูที่ดีไม่ใช่สอนแต่วิชา สักแต่ว่าสอน  แต่ครูที่ดีต้องรู้จักสอนการใช้ทักษะชีวิตด้วย”

     นอกจากนี้ผลการศึกษาถึงมาตรการยกระดับคุณภาพครูไทยในยุคศตวรรษที่ 21 ของวิทยาลัยครูครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดย ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต เป็นประธาน พบว่า วงจรของระบบครูในปัจจุบันที่ประกอบด้วย “การผลิต” “การพัฒนา” และ “การใช้ครู” ล้วนมีปัญหาเชิงระบบที่ควรมีการปรับปรุง มาตรการยกระดับคุณภาพครูไทยในยุคศตวรรษที่ 21 จึงมี 3 มาตรการสำคัญคือ 1 ลดปริมาณการผลิตครูแต่เพิ่มคุณภาพของบัณฑิตครูรุ่นใหม่ โดยผลิตครูสาขาขาดแคลนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ 2. การพัฒนาครูประจำการอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบเปิดให้เกิดทักษะการจัดการเรียนรู้ด้วยนวัตกรรมที่หลากหลาย และ 3. การพัฒนาครูควรเกิดขึ้นที่ชั้นเรียนหรือสัมพันธ์กับการจัดการเรียนการสอนมากที่สุด ควรเพิ่มศักยภาพให้โรงเรียนสามารถส่งเสริมและบริหารจัดการการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     เงื่อนไขสำคัญสู่การปฏิบัติคือ องค์กรต้นสังกัดส่วนกลางลดการสั่งการ โดยกระจายการพัฒนาครูให้เป็นหน้าที่ของเขตพื้นที่การศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายสถานศึกษาที่มีศักยภาพเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้ครูมากขึ้น เพราะการพัฒนาครูด้วยวิธีอบรมจากส่วนกลางซึ่งไม่ตรงกับความต้องการพัฒนาศักยภาพครูที่แตกต่างกันย่อมไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา องค์กรสนับสนุนพัฒนาครูควรเพิ่มขีดความสามารถทางวิชาการและสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาครู ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่จำนวน 0.5% ของงบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษา เพื่อให้ครูจบใหม่และครูที่มีอยู่เดิมเป็นครูที่มีคุณภาพสู่ยุคศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง  

 

 

 

วิดีทัศน์ครูไทยในศตวรรษที่ 21