“ตอนแรกที่หนูรู้ว่าหนูท้อง หนูสับสนและกลัวไปหมดไม่กล้าบอกใคร หนูไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับหนู หนูไม่กล้ากลับบ้าน แต่หนูก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านและเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้ที่บ้านฟัง เพื่อให้ที่บ้านช่วยหนูหาทางออกถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับหนู”  ดญ.ฟิล์ม (นามสมมุติ) เล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอ เมื่อเธอรู้ตัวว่า ท้องในขณะที่มีอายุเพียงแค่ 13 ปี  ให้กับผู้เข้าร่วมงานถอดบทเรียน “แม่วัยรุ่น โจทย์ระดับชาติ คำตอบระดับท้องถิ่น”  ในงานประชุมวิชาการอภิวัฒน์การเรียนรู้สู่จุดเปลี่ยนประเทศไทย จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี  ได้รับฟัง

     น้องฟิล์ม เล่าว่า เธอเป็นคนที่โชคดีมากที่บ้านของเธอเข้าใจและอยู่เคียงข้างในคืนวันโหดร้ายที่สุดในชีวิตของเธอ  และถึงแม้ที่บ้านจะเข้าใจในปัญหาที่เธอเจอแล้ว แต่เธอก็ต้องถูกพิพากษาจากสังคม และต้องคอยตอบคำถามในสิ่งที่เธอไม่อยากตอบ

      “มันเหมือนว่าเราถูกคนคอยจับผิดตลอดเวลา ซึ่งหนูอาจจะรู้สึกไปเอง แต่เหมือนทุกคนจะคอยนินทา หรือแม้กระทั่งหมอที่เราไปหาก็ยังมองเราด้วยสายตาแปลกๆ พอหมอขานชื่อเราว่าเด็กหญิง ทุกสายตาก็จะจับจ้องมาที่เรา และหาคำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราทันที มันทำให้หนูรู้สึกอึดอัด และรู้สึกแย่กับตัวเอง เหมือนเราถูกตีตราจากสังคมไปแล้วว่าเราเป็นคนไม่ดี ” น้องฟิล์มสะท้อนความรู้สึกถึงสิ่งที่เธอต้องพบเจอตลอดระยะเวลาที่ตั้งท้อง

     จากสถิติขององค์การยูนิเซฟระบุว่า สภาวการณ์แม่วัยรุ่นในประเทศไทยน่าเป็นห่วง โดยประเทศไทยมีสถิติแม่วัยรุ่นสูงถึง 150,000 คน นับว่าสูงเป็นอันดับหนึ่งในแถบเอเชีย ซึ่งกระบวนการที่สำคัญนอกจากการป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว การให้ความช่วยเหลือแม่วัยรุ่นกับการรับมือและเผชิญกับปัญหาสภาวะซึมเศร้า การไม่มีงานทำ การดูแลบุตรหลังจากที่ท้องไม่พร้อมแล้วเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำด้วยความเข้าใจควบคู่กับการทำงานในเชิงป้องกันอีกด้วย

    ณัฐิยา ทองศรีเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ  หรือบ้านพักฉุกเฉินของเด็กและสตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นแบบที่ดูแลเด็กที่ประสบกับปัญหาท้องไม่พร้อม กล่าวว่า  “ทุกวันนี้พอเด็กท้องสิ่งแรกที่เด็กจะต้องเจอคือการตัดสินเด็กคนนั้นทันทีว่าเป็นเด็กที่ไม่ดี ก่อนที่จะถามเด็กด้วยซ้ำว่าเด็กต้องพบเจอปัญหานี้ได้อย่างไร  เด็กผู้หญิงจะถูกพิพากษาทันทีว่าเป็นคนไม่ดี  ทำให้เด็กเกิดความกดดันและหาทางออกที่ไม่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับตนเองและลูก ดังนั้นก่อนที่จะแก้ปัญหานี้ในระดับโจทย์ใหญ่ สิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรกคือเราต้องหันกลับมามองพวกเราซึ่งเป็นผู้ใหญ่ว่าเราเข้าใจเด็กดี และพร้อมในการที่จะช่วยเด็กแก้ไขปัญหาทีเกิดขึ้นและพร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาให้กับเด็กๆ หรือเปล่า"

     ที่บ้านพักฉุกเฉินของเรามีกระบวนการในการดูแลเด็กที่ท้องไม่พร้อมหลากหลายแนวทาง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะทำเรื่องใดๆ คือเราต้องมองปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กด้วยความเข้าใจ เมื่อเด็กที่เป็นแม่วัยรุ่นเข้ามาอยู่ในการดูแลของบ้านพักฉุกเฉินของเรา เราจะดูแลเขาทั้งหมดทั้งเรื่องของการฝากครรภ์ การคลอด การส่งต่อเพื่อให้มีการตรวจสุขภาพ พร้อมทั้งมีนักจิตวิทยาคอยให้คำปรึกษากับเด็กเพื่อป้องกันการเครียดที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ ด้วย  นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมนันทนาการ การฝึกอาชีพ และการสอนให้เด็กเข้มแข็งเห็นคุณค่าของตนเอง และเรียนรู้เรื่องการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและการเลี้ยงดูลูก   เด็กที่เข้ามาจะได้รับการถ่ายทอดความรู้ในเรื่องสิทธิและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเขาอีกด้วย” ผู้อำนวยการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีระบุ

     นอกจากสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีหรือบ้านพักฉุกเฉินจะดูแลแม่วัยรุ่นที่เข้ามาสู่บ้านพักแล้ว ยังได้ร่วมกับสสค.จัดทำโครงการต้นแบบที่น่าสนใจเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาแม่วัยรุ่นทั้งในระดับชุมชน ท้องถิ่นและในระดับโรงเรียนเพื่อขยายช่องทางในการแก้ไขปัญหาแม่วัยรุ่นอีกด้วย

     กรวิณฑ์ วรสุข ผู้เชี่ยวชาญงานสังคมสงเคราะห์สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ฯ ระบุว่า “เราได้การทำงานในประเด็นนี้ในชุมชนนำร่อง 2 แห่งคือพื้นที่ตำบลโป่งงาม จ.เชียงราย และพื้นที่ตำบลสูงเนิน จ.นครราชสีมา การทำงานในชุมชนทั้งสองแห่งของเรานั้นเป็นการทำงานเชิงรุก โดยได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลในพื้นที่ และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ อสม. อบต. ในการเข้ามาร่วมมือกันแก้ไขปัญหา เราได้ร่วมทำกิจกรรมที่หลากหลายในชุมชนทั้งกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับครอบครัวถึงการช่วยแก้ไขปัญหาให้เด็กอย่างเข้าใจ การสร้างความเข้าใจและการยอมรับแม่วัยรุ่นให้กับคนในชุมชน  เรายังได้นำกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ไปเชื่อมโยงกับกับหลักสูตรของทักษะการฟังอย่างลึกซึ้งเพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กวัยรุ่นที่ท้องไม่พร้อมกล้าที่จะเข้ามาหาและปรึกษากับคนในครอบครัวและคนในชุมชนมากขึ้นด้วย

     ขณะที่ สมฤดี ปิ่นแก้ว ครูโรงเรียนวัดลาดพร้าว หนึ่งในโรงเรียนนำร่องแก้ปัญหาวัยรุ่นท้องไม่พร้อม เล่าถึงการทำงานของโรงเรียนในประเด็นนี้ว่า “โรงเรียนเรามีเด็กที่ออกกลางคันเยอะมาก หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กต้องลาออกจากโรงเรียนคือปัญหาท้องไม่พร้อม บุคลากรในโรงเรียนจึงได้ระดมสมองเพื่อหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้นจนนำมาสู่การเข้าร่วมเป็นโรงเรียนต้นแบบเพื่อแก้ปัญหาแม่วัยรุ่นกับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี  ซึ่งกิจกรรมที่ได้ดำเนินการให้กับเด็กๆ ในโรงเรียนมีหลากหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานในรูปแบบของชมรมเพื่อนเตือนเพื่อน และชมรมเพื่อนใจวัยทีนเพื่อคอยให้คำแนะนำ ตักเตือนก่อนที่เด็กจะเข้าไปสู่สภาวะเสี่ยงของการท้องไม่พร้อม  กิจกรรมการเรียนรู้จากพี่สู่น้อง  กิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้เด็กได้รู้จักตนเอง รู้จักเพื่อน รู้จักการวางแผนชีวิต และกิจกรรมหลักสูตร The world start with me ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปรับทัศนคติของครูให้เข้าใจเด็กๆมากขึ้น และฟังเด็กมากขึ้นด้วย  และตั้งแต่ที่เราเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ทำให้สถิติของเด็กที่ลาออกกลางคันของโรงเรียนเราลดลงด้วย”  ครูโรงเรียนวัดลาดพร้าวระบุ

     ท้ายที่สุดสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาแม่วัยรุ่นให้เกิดเป็นรูปธรรมนั้น ทุกหน่วยในสังคมจะต้องร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว โรงเรียน หรือชุมชมจะต้องให้ความรัก เข้าใจ  และรับฟังปัญหาทีเกิดขึ้นกับเด็กอย่างเป็นมิตร เพื่อช่วยเด็กๆ หาทางแก้ไขปัญหาในทิศทางที่ถูกต้อง พร้อมทั้งหยุดการตีตรา การประณามหยามเหยียด  เพื่อให้เด็กๆ เหล่านี้ได้มีที่ยืนและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองเพื่อเติบโตขึ้นมาเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของสังคมต่อไปได้