ปาฐกถาพิเศษสังคมเรียนรู้จะเกิดขึ้นและเปลี่ยนประเทศไทยได้อย่างไร

โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

การศึกษามีความสำคัญ แต่เราจะเอาการศึกษาที่ออกแบบให้เหมาะสมกับคนทุกภาคส่วนได้อย่างไร และจะเอาการศึกษาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไรก็ต้องมีการออกแบบการศึกษาเป็นเรื่องๆ หากมองการศึกษาแคบก็มองเฉพาะในโรงเรียน แต่หากมองให้กว้างก็สามารถใช้ประโยชน์จากการศึกษาเข้าไปจับในทุกระดับและทุกภาคส่วนได้

            การนำการศึกษาลงมาใช้เพื่อเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง ที่ประเทศมาเลเซียใครจะเป็นนายกฯ ต้องผ่านการเป็นรมว.ศธ.แสดงว่ามาเลเซียให้ความสำคัญกับการศึกษา ขณะที่ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่าก็ลงมาช่วยพัฒนา เพราะจากเดิมสหรัฐติดอันดับต้นของการสอบ PISA ซึ่งถือเป็นการสอบ O-Netของโลก แต่ในช่วงหลังผลการสอบกลับมีผลสัมฤทธิ์ตกต่ำ จึงประกาศเป็นวาระแห่งชาติที่จะทำให้การศึกษาขั้นพื้นฐานของเขากลับมานำในระดับโลกได้อีก

การจัดประชุมวันนี้เป็นวาระปกติที่ควรจะทำทุกปี ทุกประเทศควรทบทวนการศึกษาที่ออกแบบไว้ให้ทันสมัยและเหมาะสมกับบ้านเมืองตลอดเวลา โดยประชาชนต้องมีส่วนร่วมคิด ร่วมออกแรง และสนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเรื่องการศึกษา การจัดประชุมลักษณะนี้เป็นเรื่องดีที่ควรพัฒนาร่วมกัน โดยมุ่งเป้าหมายว่า เราจะผลิตกำลังคนที่จะสร้างชาติของเราได้อย่างไร

“วันนี้เราพูดถึงเรื่องอภิวัฒน์การเรียนรู้ เลยอยากทบทวนว่า การเรียนรู้คืออะไร? ถ้าในบริบทของ UNESCO คือ การเปลี่ยนแปลงผู้เรียนให้ดีขึ้นใน 3 ด้าน 1.มีความรู้ 2.มีทักษะ 3.เป็นคนดีมีคุณธรรม ชีวิตรอบตัวก็มีความสุขขึ้น โดยกระบวนการการศึกษาต้องทำให้เด็กมีความรู้มากขึ้น ทำงานเก่งขึ้น และเป็นเด็กดี ขณะนี้ในบางประเทศมุ่งแต่ข้อแรกข้อเดียว ก็จะไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ จึงหวังให้ทบทวนการเรียนรู้เสียใหม่”

การเรียนรู้ควรเกิดขั้นตลอดชีวิตเริ่มตั้งแต่ในครรภ์มารดา การออแบบการศึกษาจึงควรทำตั้งแต่ 3 เดือนสุดท้าย ซึ่งในญี่ปุ่นมีโครงการหนังสือเล่มแรกเพื่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังใน 6 เดือนแรก และจากผลการศึกษาของสภาการศึกษาที่แม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังซึ่งจะสอดแทรกความรู้และคุณธรรม ผลการติดตามเด็กพบว่า ไม่ว่าเด็กจะอยู่ในครอบครัวฐานะใดก็มีพัฒนาการที่ดี เด็กไทยไม่ได้โง่ สามารถเป็นคนดีและฉลาดได้

การศึกษาจึงต้องสนับสนุนเด็กทั้งประเทศ ดังนั้นการศึกษาที่ดีต้องประกอบด้วย 1) การศึกษาที่มีคุณภาพ 2) ทุกคนต้องช่วยกันจัดการศึกษา 3) การเรียนรู้ส่วนบุคคล และ4) การศึกษาที่ตอบสนองความต้องการ ซึ่งการจัดการศึกษาไม่ควรจัดบนพื้นฐานความต้องการของผู้จัดการศึกษาแล้วใครอยากเรียนก็เชิญ  แต่ต้องอยู่บนความต้องการของสังคมและตลาดแรงงานมากขึ้น กระทรวงทั้ง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ แรงงาน พาณิชย์ และอุตสาหกรรม ต้องช่วยกันออกแบบ เพราะในปัจจุบันเราขาดแคลนปวส.ที่มีคุณภาพ และต้องเป็นการกระจายการเรียนรู้ให้มากขึ้น ทั้ง อบจ. อบต. รวมถึงหลักสูตรชุมชน

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การจัดการศึกษาเป็นการศึกษาที่ดีนั้น ต้องประกอบด้วย 1) ครูดีมีคุณภาพ เป็นครูทีได้รับแรงบันดาลใจที่อยากเป็นครู 2).ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนในห้องเรียน และ 3) สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการเรียนรู้ ซึ่งในประเทศฟินแลนด์ทำทั้งหมด โดยส่งเสริมค่านิยมครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติทำให้เด็กเลือกอาชีพครูเป็นอาชีพอันดับ 1 พร้อมกับมีการพัฒนาครูจบใหม่ไปฝึกงานกับครูผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาให้เกิดครูมีคุณภาพ  

“ผมกำลังเชิญชวนนักการศึกษาไทยว่า เรามาช่วยกันทำอย่างไรในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ประเทศไทยต้องมีการรื้อระบบการศึกษา ให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง และทุ่มให้กับการจัดการศึกษาให้คนชายขอบมากขึ้น โดยต้องมีการกระจายอำนาจให้พื้นที่ เพื่อให้เกิดการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ สิ่งสำคัญที่เราขาดคือ ขาดหลักธรรมาภิบาลในการจัดการศึกษา ฉะนั้นโรงเรียนต้องมีความรับผิดรับชอบในการจัดการศึกษาในโรงเรียน ทำอย่างไรให้คนดีและคนเก่งมาจัดการศึกษา ที่สำคัญต้องมีความโปร่งใสในการบริหารและตรวจสอบได้”